ตัวเลือกสำหรับ Xming สำหรับ coLinux

พอดีมีปัญหากับ keyboard ใน X application แก้อย่างไรก็ไม่หาย วิธีแก้ทำได้ง่าย ๆ คือตั้งค่าในไฟล์ .conf ของ coLinux โดยเพิ่มตัวเลือกต่าง ๆ เข้าไป ดังนี้

exec0="C:\Program Files\Xming\Xming.exe",":0 -dpi 96 -ac -clipboard -notrayicon -c -multiwindow -reset -terminate -unixkill -logfile Xming.log -xkblayout en -xkbvariant nodeadkeys"

ที่สำคัญ ๆ ก็คือ -xkblayout en กับ  -xkbvariant nodeadkeys

expanding Root สำหรับ Colinux

พอดีวันนี้เกิดยากอัพเกรด Colinux จาก Ubuntu 8.04 ไปเป็น Ubuntu 8.10 ซะหน่อย
แต่ที่ดันไม่พอก็เลยต้องทำการขยายขนาดของฮาร์ดดิสก์ที่ตอนแรกมีอยู่ 3.2 Gb ไม่รู้ลง
อะไรไปมั่งใช้จนเต็ม ลบออกก็ไม่เป็น (ผมเป็นผู้ใช้วินโดวส์) ซึ่งขั้นตอนต่าง ๆ อยู่ใน
Colinux Wiki ซึ่งมีหลายวิธีการมาก ผมเลือกใช้อันนี้

  1. จัดการคัดลองไฟล์ระบบสมมติว่าชื่อ cur_img.2gb ด้วยคำสั่งคัดลอกธรรมดาบน
    command ของวินโดวส์นั่นแหละ ไปเป็นชื่อ old_img.2gb
  2. สร้างไฟล์ระบบใหม่ให้มีพื้นที่เยอะ ๆ ในที่นี้ผมสร้างให้มี 8 Gb ด้วยคำสั่ง
    fsutil file createnew new_img.8gb 8589934592
    ซึ่งจะได้คำตอบเป็น-ถ้าสร้างไฟล์ที่ C:\colinux
    The file C:\coLinux\new_img.8gb has been created
  3. แก้ไขไฟล์ config โดยเพิ่มดิกส์ต่าง ๆ เข้าไปcobd0=”c:\coLinux\cur_img.2gb”
    cobd3=”c:\coLinux\old_img.2gb”
    cobd4=”c:\coLinux\new_img.8gb”
  4. รัน Colinux
  5. ตรวจไฟล์ระบบ
    # e2fsck /dev/cobd3
    e2fsck 1.40-WIP (14-Nov-2006)
    /dev/cobd3: clean, 70328/262144 files, 519377/524288 blocks
  6. คัดลอกไฟล์ระบบเก่าไปยังไฟล์ระบบใหม่
    # dd if=/dev/cobd3 of=/dev/cobd4
    4194304+0 records in
    4194304+0 records out
    2147483648 bytes (2.1 GB) copied, 484.017 seconds, 4.4 MB/s
  7. ตรวจสอบไฟล์ระบบใหม่
    # e2fsck -f /dev/cobd4
    e2fsck 1.40-WIP (14-Nov-2006)
    Pass 1: Checking inodes, blocks, and sizes
    Pass 2: Checking directory structure
    Pass 3: Checking directory connectivity
    Pass 4: Checking reference counts
    Pass 5: Checking group summary information
    /dev/cobd4: 70328/262144 files (3.9% non-contiguous), 519377/524288 blocks
  8. ปรับขนาดไฟล์ระบบใหม่ให้ใช้พื้นที่ทั้งหมด
    # resize2fs -p /dev/cobd4
    resize2fs 1.40-WIP (14-Nov-2006)
    Resizing the filesystem on /dev/cobd4 to 1048576 (4k) blocks.
    Begin pass 1 (max = 16)
    Extending the inode table     XXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXX
    The filesystem on /dev/cobd4 is now 1048576 blocks long.
  9. ตรวจสอบไฟล์ระบบใหม่อีกครั้ง
    # e2fsck /dev/cobd4
    e2fsck 1.40-WIP (14-Nov-2006)
    /dev/cobd4: clean, 70328/524288 files, 527605/1048576 blocks
  10. คราวนี้ก็ shutdown ระบบแล้วแก้ไฟล์ config ให้เรียกใช้ไฟล์ระบบใหม่
    cobd0="c:\Program Files\coLinux\new_img.8gb"
  11. รับ colinux อีกรอบแล้วลองตรวจพื้นที่ดิกส์
    # df
    Filesystem           1K-blocks      Used Available Use% Mounted on
    /dev/cobd0             4128448   2044612   1958008  52% /

เป็นอันเสร็จพิธี ส่วนการ upgrade Ubuntu นั้นไปดูที่เว็บ Ubuntu เอาเองง่าย ๆ

Windows, coLinux, Xfig

จากเรื่อง Xfig reused นั้น พบว่าผมไม่สามารถหา Xfig เวอร์ชัน 3.2.5 มาใช้งานได้ถึงแม้
จะลองแล้วลองอีก เนื่องจากไม่มีใครสร้าง Xfig 3.2.5 สำหรับ cygwin ไว้ให้ ด้วยเหตุผล
ที่มีมากมาย ก็ทำให้ผมต้องหาวิธีใหม่ ที่นึกได้ก็คือโปรแกรมประเภท Virtual Machine
มาใช้งาน เนื่องจากไม่มีเงินซื้อ vmware มาใช้งาน ก็ต้องหาของฟรีมาใช้ นั่งปล้ำกับของ
ฟรีจาก sun คือ virtualbox อยู่หลายวัน ยังไงก็ไม่สำเร็จถามกว่าจะลงได้ยากเย็นแสนเข็ญ

เผอิญนึกขึ้นได้ว่ามีเพื่อนเก่าที่เคยใช้กันมาอย่าง coLinux และมีคู่มือดี ๆ ที่คุณพูลลาภได้
เขียนเอาไว้ ที่ coLinux 1-6 ก็ดีใจสิครับ แต่เวลาเปลี่ยนอะไร ๆ มันก็เปลี่ยนแปลงไปหมด
สิ่งที่เขียนเอาไว้ก็ใช้ไม่ได้แล้ว ต้องนั่งรวบรวมใหม่ใช้ของเก่าผสมของใหม่ จนสำเร็จนะครับ
ถ้าคุณจะริใช้ Linux บน Windows ผ่าน coLinux แล้วหล่ะก็ คุณจะต้องเตรียม

  1. coLinux 0.7.2
  2. Ubuntu-7.10.ext3.2GB.fs ซึ่งมีคนทำไว้ให้ใช้กับ coLinux (ต้องแตกไฟล์ด้วย
    7-zip)
  3. WinPcap
  4. Xming และ Xming-fonts

ซึ่งทุกอย่างฟรีหมด

การติดตั้งก็เริ่มจาก

  1. ติดตั้ง WinPcap จากนั้นก็
  2. ติดตั้ง Xming และ Xming-fonts
  3. ติดตั้ง coLinux ซึ่งให้คิดตั้งไว้ที่ c:\coLinux จะดีที่สุด
  4. แก้ไขไฟล์ example.conf กรณีผมแก้เป็น ubuntu.conf ซึ่งในไฟล์จะเป็นดังนี้
    kernel=vmlinux
    cobd0=”c:\coLinux\Ubuntu-7.10.ext3.2gb.fs”
    root=/dev/cobd0
    ro
    initrd=initrd.gz
    mem=256
    eth0=tuntap
    exec0=”C:\Program Files\Xming\Xming.exe”,”:0 -clipboard -multiwindow ”
    hda1=root_fs
    cofs0=c:\
    cofs1=d:\
  5. จากนั้นก็เรียก colinux-daemon.exe -t nt @ubuntu.conf สำหรับ login และ
    password ก็ root ทั้งคู่
  6. แก้ไขไฟล์ /etc/network/interfaces กรณีผมใช้ editor vi ให้เป็นดังนี้
    auto eth0
    iface eth0 inet static
    address 192.168.0.40
    broadcast 192.168.0.255
    netmask 255.255.255.0
    gateway 192.168.0.1
  7. แก้ไขไฟล์ /etc/resolv.conf ให้เป็นดังนี้
    nameserver 192.168.0.1
    แล้วก็สั่ง ifdown eth0 หนึ่งครั้ง แล้วก็ ifup eth0 อีกหนึ่งครั้ง
  8. ไปแก้ Network Connection ตัวที่มีป้ายกำกับว่า TAP-WIN32 (เอา mouse ไปวางทับเพื่อดู) แก้ตรง Internet Protocal (TCP/IP)->Properties ให้ IP address เป็น 192.168.0.1 Subnet mask เป็น 255.255.255.0
    Local Area Connection2 Local Area Connection
  9. จากนั้นก็ต้องแชร์เน็ตเวิร์ก โดยไปที่ Local Area Connection ตัวจริงของเรา แล้วก็
    คลิ๊กที่ Allow other network users to connect …. ซึ่งจะทำให้มีรูปมือขึ้นมา
    Local Area Connection3
    ขั้นตอนเหล่านี้ถ้าทำไม่เป็นก็คงต้องถามเพื่อนเอานะครับ
  10. เรียก coLinux ขึ้นมาอีกครั้ง windows จะขอคำอนุญาต ก็อนุญาตไป ลอง ping www.google.com
    จะเห็นว่าใช้ได้แล้ว (หยุดโดย Ctrl-C) ถ้าไม่ได้ให้ลองปิด firewall นะครับ พอได้แล้วค่อยเปิดใหม่ได้
  11. ขั้นต่อมาต้องอาศัย internet แรง ๆ หน่อยนะครับ คือ apt-get update แล้วก็ตาม
    ด้วย apt-get upgrade จากนั้นก็ติดตั้งโปรแกรมที่เราต้องการดังนี้
    apt-get install Xfig
  12. การรัน Xfig จำเป็นต้องรันผ่าน Xming โดยต้องไปแก้ไขไฟล์ X0.host ที่อยู่ใน
    โฟลเดอร์ของ Xming โดยเพิ่มบรรทัด 192.168.0.40 เข้าไป
  13. จากนั้นที่ coLinux ก็ไปแก้ไขไฟล์ .bashrc โดยเพิ่มสองบรรทัดนี้เข้าไป
    export DISPLAY=192.168.0.1:0.0
    alias xfig='xfig -specialtex -latexfonts -startlatexFont default'

    จากนั้นก็ exit แล้วก็ login เข้ามาใหม่
  14. รัน Xming แล้วที่ coLinux ก็เรียก xfig & คุณจะได้ Xfig หน้าตาแบบนี้xfig
  15. ทีนี้จะติดตั้งอะไรเพิ่มเติมก็ apt-get install xxxx
  16. ขั้นสุดท้ายคือการติดต่อกับไดร์ฟของ windows ซึ่งง่ายกว่าที่คิด เห็น cofs0 กับ
    cofs1 ที่แทนไดร์ฟ C: กับ D: ในไฟล์ ubunt.conf ใช่ไหมครับ ก็แค่ไปสร้าง
    โฟลเดอร์ใหม่ดังนี้ใน coLinux
    mkdir /mnt/c
    mkdir /mnt/d

    จากนั้นก็ไปแก้ไฟล์ /etc/fstab
    โดยเพิ่มบรรทัดเหล่านี้เข้าไป
    cofs0 /mnt/c cofs defaults 0 0
    cofs1 /mnt/d cofs defaults 0 0

    ผมไม่เก่ง Linux ก็ reboot colinux ใหม่หนึ่งรอบ โดยใช้คำสั่ง shutdown -h now
    แล้วก็รอหน่อยหนึ่ง จากนั้นก็เรียก coLinux ขึ้นมาใหม่ (ถึงตอนนี้ก็น่าจะสร้างเป็น
    shortcut เองได้นะครับ) ลอง cd /mnt/c ก็จะเห็นไดร์ฟ C:

ไว้มีเวลาจะกลับมาเขียนให้ละเอียดกว่านี้เน้อ