A waiting for package “tcolorbox”

เวลาทำงานเอกสาร สิ่งที่อยากทำมาก ๆ คือการสร้างกรอบให้กับส่วนที่เราต้องการแบบนี้

การทำเช่นนี้ใน LaTeX นั้นยากพอสมควร คือต้องไปสร้างชุดคำสั่งของ TikZ (หรืออื่น ๆ)  ซึ่งมันก็ยากอยู่ดี  ปกติแล้วผมจะใช้แพ็กเกจ listings ในการจัดการเรื่องพวกนี้ ซึ่งมันก็ไม่ได้ดูดีแบบรูปที่เห็น

อยู่ดี ๆ ฟ้าก็ส่งท่าน  Prof. Dr.rer.nat. Dr.-Ing. Thomas F. Sturm (ไม่ต้องตกใจนะครับ คนชาติตะวันตกการเรียน Dr. หลาย ๆ ใบนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่คนเยอรมันนั้น จบอะไรก็ต้องใส่สาขาด้วย แสดงให้เห็นกันไปเลยว่าเชี่ยวชาญด้านไหน ไม่ใช่ว่ามีดีกรีด็อกเตอร์แล้วจะเก่งไปซะทุกเรื่อง และจริง ๆ มีดีอะไรก็บอกให้โลกรู้ไปซะ ไม่ต้องมาปกปิดทำลับ ๆ ล่อ ๆ ) ท่านโปรเฟสเซอร์ได้สละเวลาที่ไม่ค่อยจะมีนั้น สร้างแพ็กเกจ tcolorbox ไว้ให้ผมได้เอาไว้ใช้ (ฮา)  น่าเสียดายที่คู่มือเป็นภาษาเยอรมัน แต่ถ้าชำนาญคำสั่งต่าง ๆ ของ LaTeX พอสมควรก็ไม่าน่าจะยากครับ

สำหรับการสร้างผลลัพธ์ให้ได้อย่างรูปที่เห็นนั้น สามารถทำได้ดังรหัสต้นต่อไปนี้ครับ

\documentclass[xcolor=dvipsnames,xcolor=svgnames]{report}
\usepackage[svgnames,dvipsname]{xcolor}
\usepackage[listings,theorems]{tcolorbox}
\usepackage{listings}
\tcbuselibrary{listings}

% กำหนดค่าตัวเลือกให้ listings 
\lstset{%
    language=MATLAB,
    basicstyle=\ttfamily,
    keywordstyle=\color{Black},
    identifierstyle=,
    commentstyle=\color{Green},
    stringstyle=\ttfamily\color{DarkViolet},
    showstringspaces=false,
    numbers=left,
    xleftmargin=.3in,
    xrightmargin=.3in,
    framexleftmargin=0.2cm,
    framexrightmargin=0.2cm,
    float=h,
    aboveskip=1cm,
    belowskip=1cm
}%

\begin{document}

% การเรียกใช้คำสั่งของ tcolorbox เพื่อพิมพ์ listings
\begin{tcblisting}{colback=yellow!5,colframe=yellow!50!black,listing only,
    title= This is a MATLAB example}
    clc; clear all;
    s = tf('s');
    sys = 1/(s+5);
    bode(sys); 
\end{tcblisting}

\end{document}

โดยส่วนต่าง ๆ ที่จำเป็นคือ ไฟล์ tcolorbox.sty, tcblistings.code.tex  ไฟล์เหล่านี้ยังไม่ได้อยู่บน MikTeX (ตอนนี้) ดังนั้นจะต้องโหลดเอามาไว้ในโฟลเดอร์ที่ต้องการเอง  การเรียกใช้เบื้องต้นก็ต้องปรับแต่งตัว listing ให้ได้ตามชอบใจก่อน แล้วก็เรียกพิมพ์ listing โดยใช้สิ่งแวดล้อม tcblisting  จุดสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือตัวเลือก listing only ตัวนี้ถ้าไม่ใส่ รหัสต่าง ๆ ที่เราพิมพ์ลงไปนั้นก็จะไปปรากฏบนเอกสารด้วย (เยี่ยมมาก)

เอาไปลองใช้ดูนะครับ ได้ผลดีอย่างไรก็บอกกล่าวมาด้วยแล้วกัน

Texmaker 2.3 และ SumatraPDF 1.4

ไม่รู้เป็นเหตุบังเอิญหรือเปล่าที่โปรแกรมเล็ก ๆ ดี ๆ สองตัวออกเวอร์ชันใหม่พร้อม ๆ กัน โปรแกรมตัวแรกคือ Texmaker 2.3

และ SumatraPDF 1.4 สำหรับตัวแรกผมเริ่มใช้เป็นบรรณาธิกรณ์หลักในการสร้างเอกสารขนาดเล็ก ๆ แล้ว ด้วยความที่มันเป็น Unicode และมีตัวแสดงผล pdf แบบฝังตัว ทำให้การใช้งานค่อนข้างสะดวกรวดเร็ว ความสามารถใหม่ ๆ ที่เพิ่มเข้ามาในเวอร์ชันนี้คือ (เอาเฉพาะที่สำคัญนะครับ)

  1. สามารถซ่อนกลุ่มคำสั่ง (folding) ที่อยู่ภายใต้คำสั่ง\part, \chapter, \section,.., \begin{foo} \end{foo} ซึ่งทำได้สวยงามทีเดียว โดยเฉพาะการเลือกใช้สี
  2. ข้อมูลของเอกสารอ้างอิงใน bibtex ไฟล์ตอนนี้จะแสดงให้เห็นเมื่อมีการเรียกใช้คำสั่ง \cite
  3. สามารถย้ายแท็บได้

ส่วน SumatraPDF 1.4 นั้นก็มีการปรับปรุงให้เร็วเหมือน 1.2 แล้ว ที่เหลือก็ไม่มีอะไร

LaTeX in Your Emails

คงจะมีปัญหากันบ้าง เวลาต้องส่งอีเมลถามปัญหาทางคณิตศาสตร์ (ปกติในเว็บบอร์ดรุ่นหลัง ๆ สามารถใส่สมการคณิตศาสตร์เข้าไปได้ ไม่มีปัญหาแล้ว) ทางแก้อันหนึ่งที่ง่าย ๆ คือแนบไฟล์ pdf ไปตรง ๆ เลย หรือแทรกสมการคณิตศาสตร์โดยใช้รหัสของ LaTeX ไปเลย กรณีแรกเสียเวลาเสียสมาธิในการสร้างคำถามค่อนข้างมาก กรณีที่สองมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก บ่อยครั้งที่อ่านแล้วไม่รู้เรื่อง

สำหรับผู้ใช้ Thunderbird เป็นตัวอ่านอีเมล มีข่าวดีมาก ๆ คือ โปรแกรมตัวนี้มี Add-on ที่ชื่อ LaTeX It! ซึ่งสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี ดังตัวอย่างในรูปข้างล่าง

จะเห็นว่าอีเมลที่ได้รับจากบน Yahoo จะมีสมการคณิตศาสตร์ (ในรูปไวยกรณ์คณิตศาสตร์ไม่ถูกต้อง) ที่สวยงานตามแบบฉบับของ LaTeX สำหรับวิธีการติดตั้งนั้นจำเป็นจะต้องมีโปรแกรมที่ต้องลงเพิ่มนอกจาก LaTeX Engine อย่าง MiKTeX หรือ TeXLive คือ

  • GhostScript
  • ImageMagick ซึ่งต้องเป็นเวอร์ชัน 32 บิต เท่านั้น (เราสามารถลงเวอร์ชัน 32 บิต แยกกันกับเวอร์ชัน 64 บิต ในกรณีที่ใช้ Windows 7 64 bit ได้ โดยที่ตัว 64 บิต ให้เป็นตัวเรียกใช้โดยปริยาย ส่วนโฟลเดอร์ที่ลง 32 บิต ก็ให้ตัว LaTeX It! ชี้ไปหา)

ในการติดตั้ง LaTeX It! นั้นให้เข้าไปที่เมนู Tools-> Add-ons ของ Thunderbird แล้วใช้คำค้นว่า LaTeX  แล้วก็เลือกติดตั้ง LaTeX It! จากนั้นก็ restart ตัวนกสายฟ้าใหม่เป็นอันได้ LaTeX It! มาใช้ ถ้ากด Write ก็จะมีไอคอนของ LaTeX It! ขึ้นมาให้เห็นแล้ว แต่ยังใช้งานไม่ได้ต้องตั้งค่าก่อน โดยการเข้าไปที่  Tools->Add-ons เหมือนเดิม แล้วเรียกแก้ Options ของ LaTeX It! ดังในรูป

สำหรับโฟลเดอร์ของ LaTeX และ dvips ก็อยู่ในโฟลเดอร์ที่ติดตั้ง MiKTeX ต่อด้วย \miktex\bin\latex.exe และ \miktex\bin\dvips.exe  ตามลำดับนะครับ ส่วน convert ก็จะอยู่ในโฟลเดอร์ที่ติดตั้ง Imagemagick นั่นแหละครับ หาได้ไม่ยาก  แค่นี้ก็สามารถใช้งานคำสั่งส่วนใหญ่ของ LaTeX ได้แล้ว ส่วนใครต้องการใช้ amsmath ก็ไปเพิ่มแพ็กเกจนี้เอาเองใน LaTeX template to use

เมื่อผ่านขั้นตอนนี้ไป เวลาต้องการเขียนสมการคณิตศาสตร์ก็ใส่คำสั่งของ LaTeX ไปได้เลย เสร็จแล้วก็กดไอคอนของ LaTeX It! มันก็จะแนบไฟล์รูปของสมการ (เป็น png) ให้อัตโนมัติ  พร้อมส่งครับ ข่าวร้ายคือต้องเฉพาะเมล์ที่อ่านผ่าน Thunderbird ได้เท่านั้นนะครับ Yahoo ต้องเสียเงินเพิ่ม, Gmail ได้, Hotmail ก็ได้ครับ

Texmaker 2.1 ออกแล้ว

ก่อนอื่นก็ขอให้น้ำลดลงเร็ว ๆ นะครับ โดยเฉพาะที่หาดใหญ่

Texmaker ได้ออกเวอร์ชัน ๒.๑ ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม เวอร์ชันนี้เป็นเวอร์ชันแก้บัก คุณสมบัติหลักที่เพิ่มขึ้นมาคือ การสนับสนุน synctex ทำให้ในอนาคตการทำ Forward/Inverse Search สำหรับเอกสารที่สร้างด้วย pdflatexนั้นใกล้ความจริงขึ้นมา และก็จะเป็นคู่แข่งที่สำคัญของ Texworks  ใครสนใจใคร่ลองก็ไปหาโหลดได้ที่ Texmaker free cross-platform latex editor

PDF Forward/Inverse Search with Sumatra PDF with WinEDT 6

ตั้งใจจะซื้อ WinEDT 6 มาใช้นานแล้ว ยังไม่ได้ซื้อซักที วันนี้ WinEDT 6 ได้ออกเวอร์ชันแก้บักมา ถึงแม้ยังไม่สนับสนุน Unicode เต็มตัวแต่ก็คิดว่าถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนมาใช้แล้ว สิ่งแรกที่ต้องกระทำคือการใช้งาน Forward/Inverse Search กับเอกสาร PDF (จริง ๆ แล้ว ฟังก์ชันนี้ TeXWorks มีและก็เยี่ยมยอดมาก รวมทั้งใช้กับภาษาไทยได้ด้วย) โดยใช้  Sumatra PDF ซึ่งสำหรับการใช้งานร่วมกับ WinEDT 5.6 นั้นทำงานได้ดีอยู่แล้ว พอย้ายมาบน WinEDT 6 ก็มีเรื่องให้ศึกษากันอีก เริ่มแรกทีเดียวคือเรื่องเว็บที่โหลด Sumatra PDF นั้นมีหลายเว็บเหลือเกิน ดังนั้นขอแนะนำให้ไปโหลดที่ Sumatra PDF Binaries ที่จะมีตัวเลือกให้โหลดมากมายรวมทั้งมีคำอธิบายด้วย แน่นอนผมใช้เวอร์ชันล่าสุด (ไม่กลัวบัก) หรือที่  SumatraPDF for TeX users ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่มีตัวเลือกให้มากกว่า (ดีกว่า)

การตั้งการใช้งาน Sumatra PDF  นั้นง่ายมากเพราะตั้งค่ามาให้เรียบร้อยแล้ว โดยไปที่ Options->Execution Mode->PDF Viewer

ฃึ่งอนุญาตให้เราสามารถตั้งค่าได้ถึง 4 โปรแกรม ก็เลือกตามชอบใจ เพียงแต่ว่ามี Sumatra PDF ตัวเดียวที่สนับสนุน Inverse Search โดยการดับเบิ้ลคลิ๊กในจุดที่ต้องการ การตั้งค่าก็อย่าลืมเลือกตัวเลือก Use –synctex switch when –sch is enabled ด้วย

ในการเรียกดูไฟล์ PDF จะใช้ไอคอน หรือกด Shift+F8 ก็ได้ แล้วแต่ถนัด Sumatra PDF จะไปที่ส่วนของเอกสารนั้น ๆ ให้พร้อมทั้งไฮไลต์ส่วนของเอกสารที่สอดคล้องกับย่อหน้าของรหัสใน tex  ไฟล์ให้ด้วย (เฉพาะเวอร์ชัน 1.2 ขึ้นไป)

อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือในการควบรวมเอกสารในไฟล์หลักของ LaTeX  นั้น ให้ใช้คำสั่ง include{filename} โดยที่ใส่ชื่อไฟล์โดยไม่ต้องใส่นามสกุล tex และห้ามใช้แพ็กเกจ  pdfsync ก็เป็นอันเสร็จพิธี ใครทำได้บ้างไม่ได้บ้างก็มาเล่าสู่กันฟังนะครับ

หมายเหตุ ในกรณีที่ทำแล้วไม่ได้นะครับ ให้ทำดังนี้

  1. ตรวจสอบดูว่ามีไฟล์นามสกุลเหล่านี้อยู่หรือเปล่า .pdfsync , .synctex ถ้ามีลบออกให้หมด
  2. ปิด Sumatra PDF จากนั้นลองคอมไพล์ LaTeX ใหม่
  3. ควรจะได้แล้ว

Bibliography Reference Manager

ผมใช้ LaTeX มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1999 ซึ่งนานมากแล้ว ไม่เคยคิดกลับไปใช้ Word Processor เขียนเอกสารวิชาการ ปัญญหาอันหนึ่งของผู้ใช้ LaTeX ในการอ้างอิงเอกสารอื่น ๆ นั้นคือจะเขียนตามใจชอบไม่ได้ (ฮา) มันจะต้องมีรูปแบบชัดเจน (เนื่องจากไม่เคยใช้โปรแกรมพวก EndNote หรือ Zotero เลยไม่ขอเปรียบเทียบนะครับ) และในการเปลี่ยนรูปแบบของการอ้างอิงทำตามใจชอบไม่ได้เพราะเดี๋ยวทั้งเอกสารมันจะไม่เหมือนกัน สำหรับ LaTeX เรื่องพวกนี้ก็แค่เปลี่ยน Bibliography style ยิ่งถ้าใช้ Natbib แล้วหล่ะก็ยิ่งง่ายใหญ่

การสร้าง BibTeX จาก text file นั้น ถึงแม้ไม่มีอะไรยาก แต่ก็ไม่ต่างอะไรกับก้นที่เป็นริดสีดวง ดังนั้นโปรแกรมพวก Bibliography Reference Manager นั้นจึงมีบทบาทมาก ๆ (สำหรับพวกที่ใช้โปรแกรมจำพวก Lotus Note นั้นก็สามารถเขียนโปรแกรมให้รองรับการทำงานพวกนี้ได้ง่าย ๆ และใช้ร่วมกันเป็นหมู่คณะได้อย่างไม่มีปัญหา สั่งให้มัน export ไฟล์ BibTeX ได้ทุกที่ทุกเวลา)

สำหรับผมแล้วผมมีไฟล์ BibTeX ขนาดใหญ่ 703 kB ใช้คนเดียว (เนื่องจากไม่ใหญ่มากเวลาเขียนเอกสารหลายคนก็คัดลอกส่งไปให้คนอื่นได้ ไม่มีปัญหา (จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องส่ง bib ไฟล์ ให้ส่ง bbl ไฟล์ไปก็พอ) ถ้าทำงานข้ามเครื่องก็ใส่ไฟล์ลงไป Dropbox สบายมาก) และเนื่องจากมีเอกสารเป็น pdf เยอะมาก ดังนั้นโปรแกรมที่ใช้จำเป็นต้องมีความสามารถเชื่อมต่อกับ pdf ไฟล์ที่เก็บไว้ในเครื่อง เรียกดูเมื่อไหร่ก็ได้ นอกจากนั้นผมไม่ใช่คนขี้เกียจพิมพ์ และมีรูปแบบของสร้าง BibTeX Key ที่แน่นอนตายตัว กล่าวคือ อักษรสองตัวหน้าของนามสกุลผู้เขียนต่อกันแล้วตามด้วยเลขสองตัวหลังของปีที่ตีพิมพ์ ความสามารถในการลากแล้วแปะจากเว็บไซต์จึงเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับผม แต่แน่นอนความสามารถในการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลนั้นจำเป็นต้องมี

เขียนมาซะยาว แค่อยากจะบอกว่าผมเลือกใช้ JabRef นั่นเอง เมื่อก่อนใช้ BibTeXMng ตอนหลังไม่ฟรี เลยไปใช้ BibDB แล้วก็มาเป็น JabRef ใช้มาตั้งแต่เวอร์ชัน 1 กว่า ๆ โน่น

Jabref นั้นใช้ง่ายมาก ๆ ตัวโปรแกรมเป็น Java มีบนทุก OS มีข้อจำกัดแค่เรื่องต้องพิมพ์เอง ถ้าข้อมูลที่ต้องการไม่ได้มาจากฐานข้อมูลหลัก ๆ ของโลกซึ่งปัจจุบันมีให้เยอะพอสมควร และเรื่องของการใช้งานหลายคน แต่นอนฐานผู้ใช้ค่อนข้างน้อยเพราะมันจำกัดจำนวนผู้ใช้เป็นซับเซ็ตของจำนวนผู้ใช้ LaTeX อยู่แล้ว

การใช้งานนั้น ตัวโปรแกรมสามารถสร้างกลุ่มของเอกสารอ้างอิงได้โดยการใส่เป็น Tag ดังนั้นเราสามารถสร้างกลุ่มย่อยในกลุ่มใหญ่ได้ แค่ไม่ขี้เกียจเวลาสร้างบทความวิชาการใหม่ จะอ้างอิงอันไหนก็แค่เสียเวลามาสร้างกลุ่มของเอกสารเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการคัดลอก bib ไฟล์ให้มีขนาดเล็กลง รุ่นหลัง ๆ สามารถแสดงผลเป็น Unicode ได้ จึงใช้กับภาษาที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ รวมทั้งภาษาไทยได้ นอกจากนั้นตัวโปรแกรมยังมีความสามารถในการค้นหาไฟล์ pdf ที่มีชื่อตรงกับ BibTeX Key ได้ (อาจจะช้าหน่อยถ้ากำหนดโฟลเดอร์ไม่ดี เป็นคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้ผมเลือกใช้) ทำให้อยากเรียกดูไฟล์เืมื่อไหร่ก็กดดูเอาจากโปรแกรมได้เลย สะดวกมาก

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานเป็นหมู่คณะ ก็ให้รอเวอร์ชันถัด ๆ ไปนะครับ วันนี้ลาไปก่อน

Texmaker 2.0 released

Texmaker บรรณาธิกรณ์ขวัญใจคนใช้ Texmaker ได้มีการพัฒนาขึ้นจากเลขเวอร์ชัน 1.9.9 ขึ้นมาเป็น 2.0 เรียบร้อย ในเวอร์ชันนี้มีขอใหม่ให้ใช้ตามระเบียบ(แต่ก็น่าผิดหวังยิ่ง) ในเวอร์ชันนี้มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นตาตื่นใจอยู่อย่างหนึ่งคือ การเพิ่มส่วนแสดงเอกสาร pdf ( built-in pdf viewer) ซึ่งทำให้การแก้ไขเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น เพราะมันจะเร็วกว่าการเรียกใช้การแสดงผลจากโปรแกรมอื่นเช่น adobe reader ฯลฯ นอกจากนั้นมันยังไม่ล็อกไฟล์ pdf ทำให้เวลาคอมไพล์ใหม่ไม่จำเป็นต้องปิดไฟล์ pdf ก่อน อย่างไรก็ตามคุณสมบัติใหม่นี้ยังห่างไกลจากที่ Texworks ทำได้มากนัก โดยเฉพาะเรื่อง forward-reverse search

มีสิ่งที่มีการปรับปรุงขึ้นมาและดีมาก ๆ คือเรื่องระบบในการสร้างตาราง ซึ่งถึงแม้จะไม่สมบูรณ์ 100 % แต่ก็ทำได้ดีมาก ๆ

โดยรวม ๆ แล้วการพัฒนายังไปได้ด้วยดีคือไม่ทำให้ส่วนติดต่อผู้ใช้รกเกินไป แต่การพัฒนาก็ยังเป็นไปอย่างช้า ๆ เนิบ ๆ สาเหตุที่เป็นแบบนั้นเพราะบรรณาธิกรณ์เหล่านี้ไม่มีภาษาแมคโครของตัวเอง ผิดกับ WinEDT ซึ่งมีมานานแล้ว ทำให้มีผู้ใช้มากมายที่พัฒนาแมคโครของตัวเองขึ้นมาก และหลาย ๆ อันก็ดีมาก ๆ ซึ่งผู้พัฒนา WinEDT ก็ได้เลือกแมคโครดี ๆ เหล่านั้นมาใส่เป็นฟังก์ชันพื้นฐาน คงอีกนานทีเดียวเลยที่ผู้ใช้ Windows จะเปลี่ยนไปใช้บรรณาธิกรณ์ตัวอื่น

TeXMaker 1.9.9 ออกแล้ว

พูดกันตามตรง Texmaker และ TexmakerX เป็นบรรณาธิกรณ์ (text editor) ที่ผมชอบมาก ๆ โดยเฉพาะเรื่องของ unicode กับ การแจ้งข้อผิดพลาดที่สามารถเข้าใจได้และเป็นหมวดหมู่ นี่ถ้าไม่ติดคีย์ลัดบน WinEDT ผมคงย้ายไปนานแล้ว (เรื่องการติดคีย์ลัดเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร)

มางวดนี้เลขเวอร์ชันข้ามไปจาก 1.9.2 ไปเป็น 1.9.9 เลย โดยมีการเปลี่ยนแปลงหลัก ๆ ดังนี้

  • มี syntax highlight สำหรับ verbatim ด้วย
  • มีคีย์ลัดสำหรับคำสั่งในการเลื่อนไปดูความผิดพลาดก่อนหน้าและหลัง
  • ปุ่ม escape สำหรับการปิด panel ของการค้นหาคำ
  • มีส่วนขยายสำหรับการ tag ผู้ใช้ เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงและการทำเอกสาร
  • สามารถเปลี่ยนคีย์ลัดได้โดยการกดลำดับของคีย์ได้โดยตรง
  • เพิ่ม blocks ของ beamer ใน structure view

การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดดูได้จาก ที่นี่ และโหลดตัวโปรแกรมได้โดยตรงสำหรับสามระบบปฏิบัติการหลักที่ ที่นี่

ที่มา TeXblog

TexMakerX 1.9.2 preview

TexMakerX เป็นบรรณาธิกรณ์ที่สนับสนุนยูนิโค้ดที่แยกตัวออกมาจาก TexMaker อีกทีหนึ่ง ตัว TexMakerX นั้นมีทุกอย่างที่ TexMaker มี โดยมีการนำคุณสมบัติที่ดี ๆ มาทั้งหมดและนำมาปรับปรุงแก้ไข ถ้ามองเฉพาะหน้าตาและความง่ายในการใช้งาน TexMaker 1.9.2 นั้นยังใช้งานทั่วไปง่ายกว่า TexMakerX อยู่นิดหน่อย แต่ตัว TexMakerX นั้นได้เพิ่มหลายสิ่งหลายอย่างเข้ามา  เช่น code folding ระบบ auto complete ที่ใช้งานได้จริง เป็นต้น

texmakerx

จากรูปจะเห็นได้ว่าหน้าตามาตรฐานของ TexMakerX นั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจาก TexMaker รุ่น 1.8 เลย แต่ในรุ่นนี้สามารถเปลี่ยนหน้าตาให้ทันสมัยขึ้นได้จากเมนู Option ซึ่งไม่ขอพูดถึงแล้วกันครับ เท่าที่ใช้ดูเล็กน้อยก็พบว่าการใช้งานไม่แตกต่างอะไรไปจาก TexMaker เลย โดยเฉพาะจุดเด่นของ TexMaker ในเรื่องของการแ้จ้งผลขอผิดพลาดที่ดีมาก ๆ ในตัว TexMakerX นั้นยังได้เพิ่มแท็บ log file, message, preview เพิ่มขึ้นมาจากปกติอีก มีข้อดีคือทำให้ไม่สับสน

เรื่องที่น่าชมคือเรื่อง auto complete ที่ใช้งานได้จริง กล่าวคือเมื่อเติมเต็มคำสั่ง หรือ environment ให้แล้ว ตัวเคอร์เซอร์จะไปอยู่ในตำแหน่งที่ผู้ใช้ควรจะพิมพ์ทันที (อันนี้บรรณาธิกรณ์ของ LaTeX บนวินโดวส์ไม่เป็น) ซึ่งทำให้สะดวกและผู้ใช้จะยินดีใช้มันอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามยังมีข้อเสียอีกหลายข้อเช่นไม่สามารถเรียก command shell ของวินโดวส์ขึ้นมาดู และยังไม่สามารถปรับแต่งอะไรได้มากนัก (จริง ๆ ก็ปรับแต่งได้มากอยู่แล้ว) นอกจากนั้นเวลาเรียกโปรแกรมประกอบเช่น bibtex ก็ไม่มีการแสดงรายละเอียดการของการคอมไพล์ ซึ่งจำเป็นมากในการดูข้อผิดพลาดต่าง ๆ (ในส่วนนี้ผมจะแจ้งให้ผู้พัฒนาต่อไป)

ท้ายที่สุดผมขอแนะนำให้ผู้ใช้ LaTeX รุ่นใหม่ ๆ เริ่มจากบรรณาธิกรณ์ตัวนี้นะครับ ด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือ รองรับยูนิโค้ด มีระบบแสดงข้อผิดพลาดที่เข้าใจได้ และระบบ auto complete ที่ใช้งานได้จริง แค่นี้ผู้ใช้มือใหม่ก็สบายขึ้นเยอะแล้วครับ

หมายเหตุ รู้สึกจะยังไม่มีระบบ Project management ที่ดี ในกรณีทั่วไปสามารถตั้งค่า main file ได้จากเมนู Option

Maxima vs MuPAD vs Maple ตอนที่หนึ่ง

ช่วงนี้มีความจำเป็นต้องใช้ Symbolic tools ในการคำนวณต่าง ๆ หลังจากที่เคยได้ลองใช้ Mathematica เมื่อหลายปีก่อน ผมกลับมาเริ่มใช้งานโปรแกรมพวกนี้จาก Maxima ก่อน แล้วข้ามไป Maple แล้วก็พึ่งมาเห็นว่า Matlab ก็มี MuPAD แน่นอนทุกตัวที่กล่าวมามี GUI แสดงผลแบบกราฟฟิคกันหมดแล้ว ตัว Maxima น่าสนใจเพราะจากบรรพบุรุษที่ไม่ฟรี กลายมาเป็นของฟรีที่ทุกคนทั่วโลกร่วมกันพัฒนา ในขณะที่ MuPAD เคยมีเวอร์ชันแจกฟรีกลายมาเป็นสมบัติของ Matlab เต็มตัวไปซะแล้ว Matlab คงเสียใจไ่ม่น้อยที่ Maple ในปีนี้จะเปลี่ยนสัญชาติจากแคนาดาไปเป็นญี่ปุ่นแล้ว แทนที่จะเป็นอเมริกา

Maple12 Screenshot.jpg

MuPAD running on Windows Vista

WxMaxima 0.7.1 screenshot.png

เปรียบเทียบหน้าตา เรียงกันมา Maple MuPad และ Maxima

ว่าแล้วในเครื่องเมื่อมีทั้งสามตัวก็ลองเลยแล้วกัน  โจทย์ก็เอามาจาก 131 mainly mathematical problems proposed by M. Wester 1994; see http://math.unm.edu/ wester/cas/Paper.ps. กับ Maxima vs Mupad สำหรับโปรแกรมในบทความนั้นค่อนข้างเก่า และสำหรับ Maxima นั้นผมใช้ wxMaxima ซึ่งคุณสามารถคัดลอกผลลัพธ์ในรูป LaTeX ได้เลย สะดวกมาก ๆ  ในการทดสอบเครื่องมือทุกตัวรันบนเครื่องเดียวกันหมด เปิดใช้งานพร้อมกันบน windows XP ไม่พบปัญหาอะไร ส่วนโจทย์ที่ไม่น่าตื่นเต้นผมก็จะเขียนถึงสั้น ๆ นะครับ

Continue reading