ก้าวแรกสู่สังเวียน BibLaTeX ตอนที่ 1 Jabref

ตามที่ได้กล่าวไปแล้วว่าจะมีการพูดถึงการใช้ BibLaTeX ทั้งนี้เพื่อให้เราสามารถปรับปรุงรูปแบบการอ้างอิงเอกสารได้โดยไม่ต้องพึ่งพาไฟล์ bst (ที่อาจจะปรับปรุงแก้ไขได้ยาก) ซึ่งไม่คล่องตัวนัก ซึ่งการใช้ BibLaTeX จะทำให้มีความคล่องตัวมากกว่า และผู้ใช้สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้อย่างสะดวกและบ่อยครั้ง ตัวอย่างเช่นรูปแบบการแสดงเอกสารอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัยไทยแห่งหนึ่งกำหนดดังในรูปข้างล่าง

 ซึ่งถ้าใครใช้รูปแบบของ IEEE อยู่ก็จะรู้ว่ามันไม่เหมือนกัน  เนื้อหาในตอนนี้จะเป็นการเตรียมความพร้อมของผู้ใช้ให้พร้อมใช้ BibLaTeX ก่อน ในตอนที่ 1 นี้จะเป็นการปรับแต่ง Jabref ให้รอบรับภาษาไทยครับ

เนื่องจากการใช้ Jabref เพื่อเก็บรายละเอียดของเอกสารอ้างอิงของเรานั้นเป็นเรื่องที่สะดวกที่สุดในสายตาผม วิธีการทำให้ Jabref รู้จักภาษาไทยก็สามารถทำได้ง่าย คือติดตั้งฟอนต์ภาษาไทยที่ต้องการจะใช้เข้าไปยังโฟลเดอร์ที่ติดตั้ง Java เอาไว้  สำหรับกรณีของผมก็คือที่ C:\Program Files\Java\jre6\lib\fonts  ซึ่งฟอนต์ที่ดีที่แนะนำก็คือฟอนต์ Garuda ครับ  เมื่อคัดลอกไฟล์ฟอนต์ไปวางไว้ในโฟลเดอร์ดังกล่าว ก็เป็นอันเสร็จพิธี  Jabref ของเราสามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างราบรื่นครับ

คราวต่อไปจะแนะนำวิธีการตั้งค่าของ BibLaTeX เพื่อให้ได้ผลตามรูปข้างบนครับ

Advertisements

เก็บรายการเอกสารอ้างอิงด้วย CiteULike

CiteULike

ปกติผมเก็บเอกสารอ้างอิง (bibliography) โดย
เริ่มสะสมตั้งแต่เรียนปริญญาโท ช่วงประมาณ
ปี 2000 ตอนนั้นเอกสารในรูปแบบ pdf เริ่มแพร่
หลาย การเก็บเอกสารในรูปแบบ pdf นั้น ทำให้
ไม่ต้องพิมพ์ออกเป็นกระดาษ การค้นหาก็ทำง่าย ๆ ช่วงนั้นยังไม่มี Google Desktop ก็ใช้วิธีเก็บ
เอกสารเป็นชื่อรายงานเลย เวลาผ่านไปไม่นานอุปกรณ์เครื่องมือช่วยเหลือมีมากขึ้นจนเหลือเฟือ
ตั้งแต่เรียนปริญญาเอก ก็จะเก็บเอกสารทั้งสองรูปแบบคือ pdf แล้วก็พิมพ์เป็นกระดาษพกไว้ใส่
กระเป๋าเพื่ออ่านบนรถเมล์ รถไฟ ฯลฯ

การเก็บเอกสารในรูปแบบ pdf เมื่อก่อนก็เก็บดุ้น ๆ แต่ตัวรายการอ้างอิงเอกสารนั้นจะเก็บในรูป
ของ bibtex ซึ่งก็มีเครื่องมือหลายตัวฟรี ๆ ให้ใช้ตั้งแต่ปี 2000 โน่นแล้ว ปัจจุบันใช้อยู่ตัวเดียวคือ
JabRef ใช้ตั้งแต่เลขเวอร์ชัน 1 กว่า จนตอนนี้เป็น 2.4.2 ซึ่งใช้งานได้ง่ายมาก และก็ตรงตาม
ความต้องการทุกอย่าง แต่เมื่อเดือนก่อนมีโจทย์ที่ตั้งเองคือทำรายการอ้างอิงเอกสารของกลุ่ม 
(ที่ภาควิชาที่เรียนอยู่ใช้ Lotus Note เป็นตัวติดต่อกับผู้ใช้เพื่อทำรายการเอกสารอ้างอิง) โดยมี
ความต้องการดังนี้คือ

  1. ต้องฟรี
  2. การเพิ่มหรือลดรายการข้อมูลจะต้องสะดวก
  3. การค้น บทความ ปีที่พิมพ์ ผู้เขียน จะต้องสะดวก
  4. เป็นระบบสำหรับผู้ใช้หลาย ๆ คน

เท่าที่ผมคิดได้คือไปหาที่เก็บเว็บไซท์ฟรีทีมีฐานข้อมูลให้ ตอนแรกก็ง่วนอยู่กับโปรแกรมสองตัว
คือ

  1. refbase  หน้าตาดี แถมแก้ไขง่าย ใช้อยู่หลายอาทิตย์เหมือนกัน
  2. Aigaion เหมือนตัวแรก แต่หน้าตาไม่ได้เรื่อง แต่เครื่องไม้เครื่องมือดีกว่าตัวแรก ใช้อยู่
    สองวัน เลิก

ทางออกที่ใช้ไปอีกสองสามอาทิตย์คือใช้ JabRef แปลงไฟล์ bibtex ไปเป็น HTML ซึ่งฟังก์ชัน
ที่ให้มาดีมาก มีระบบ search แถมทำอะไรต่าง ๆ ให้มากมาย สามารถแก้ไขตัวเลือกต่าง ๆ ได้
ด้วยถ้ารู้ HTML ผมโหลดตัว bibtex ขึ้นเว็บไปด้วยเพื่อใช้ในการแก้ไขในสถานที่ต่าง ๆ ได้

ทางเลือกดังกล่าวค่อนข้างดี ง่าย แต่ผมต้องเป็นคนดูแล ซึ่งไม่ดี ระบบที่ดีควรจะมีคนดูแลให้ เราควรมีหน้าที่เพิ่มหรือลดข้อมูลเท่านั้น
จริง ๆ แล้วผมรู้จักพวก 2collab, CiteULike หรือ Zotero มานาน
แล้ว เคยใช้ Zotero อยู่สองสามครั้ง ไม่ชอบเอาเสียเลย ส่วนสอง
ตัวแรกก็ไม่รู้จะใช้ทำไม ในเรื่องเอกสารอ้างอิงถ้าไม่มีการอ่านแล้ว
จะอ้างอิงได้อย่างไร ระบบออนไลน์จึงเป็นเรื่องไร้สาระมากสำหรับ
ผมตอนนั้น แต่พอผมต้องทำระบบเอกสารอ้างอิงให้กลุ่ม และผมขี้เกียจดูแลเอง ผมเลยต้องลอง
ใช้โปรแกรมพวกนี้ซักตั้ง ซึ่งโชคดีที่เริ่มที่ CiteULike ซึ่งมีทุกอย่างที่ต้องการให้พร้อม

การใช้ CiteULike เพื่องานในรูปแบบข้างต้นทำได้ง่ายมาก ๆ เริ่มจากสร้าง Group ของ
CiteULike
ก่อน กำหนดสิทธิการใช้ต่าง ๆ ตามชอบใจ จากนั้นผมก็แค่โหลด bibtex ไฟล์ที่มี
อยู่ขึ้นไปเท่านั้น ผมก็จะได้เว็บไซท์ที่แสดงรายการเอกสารอ้างอิงที่ผมต้องการ การเข้าไปแก้ไข
ก็แค่ login แล้วก็แก้ จะโหลด bibtex ไฟล์มาเก็บไว้ที่เครื่องก็ได้ ใช้ unicode ก็ได้ (สำหรับ
ภาษาไทยมีการอ้างตารางฟอนต์ผิดหลายตัวเหมือนกัน) ที่สำคัญคือระบบ tag ซึ่งสร้างรายการ
อัตโนมัติให้เช่น ชื่อผู้เขียน คำสำคัญ ฯลฯ ทำให้เราสามารถคนเอกสารตามต้องการได้ง่ายดาย
ถ้าไม่ชอบใจก็มีระบบค้นข้อมูลที่เยี่ยมยอดให้ นอกจากนั้นการเพิ่มรายการเราสามารถเพิ่มโดย
เพิ่มรายการใน Jabref แล้วโหลดขึ้นไป update รายการได้

สรุปไม่ต้องเปรียบเทียบอะไรให้ยุ่งยากครับ CiteULike ดีพอตามความต้องการแล้ว ตัวอื่นก็ไม่
จำเป็นต้องไปฝึกใช้ให้เสียเวลา