Bibliography Reference Manager


ผมใช้ LaTeX มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1999 ซึ่งนานมากแล้ว ไม่เคยคิดกลับไปใช้ Word Processor เขียนเอกสารวิชาการ ปัญญหาอันหนึ่งของผู้ใช้ LaTeX ในการอ้างอิงเอกสารอื่น ๆ นั้นคือจะเขียนตามใจชอบไม่ได้ (ฮา) มันจะต้องมีรูปแบบชัดเจน (เนื่องจากไม่เคยใช้โปรแกรมพวก EndNote หรือ Zotero เลยไม่ขอเปรียบเทียบนะครับ) และในการเปลี่ยนรูปแบบของการอ้างอิงทำตามใจชอบไม่ได้เพราะเดี๋ยวทั้งเอกสารมันจะไม่เหมือนกัน สำหรับ LaTeX เรื่องพวกนี้ก็แค่เปลี่ยน Bibliography style ยิ่งถ้าใช้ Natbib แล้วหล่ะก็ยิ่งง่ายใหญ่

การสร้าง BibTeX จาก text file นั้น ถึงแม้ไม่มีอะไรยาก แต่ก็ไม่ต่างอะไรกับก้นที่เป็นริดสีดวง ดังนั้นโปรแกรมพวก Bibliography Reference Manager นั้นจึงมีบทบาทมาก ๆ (สำหรับพวกที่ใช้โปรแกรมจำพวก Lotus Note นั้นก็สามารถเขียนโปรแกรมให้รองรับการทำงานพวกนี้ได้ง่าย ๆ และใช้ร่วมกันเป็นหมู่คณะได้อย่างไม่มีปัญหา สั่งให้มัน export ไฟล์ BibTeX ได้ทุกที่ทุกเวลา)

สำหรับผมแล้วผมมีไฟล์ BibTeX ขนาดใหญ่ 703 kB ใช้คนเดียว (เนื่องจากไม่ใหญ่มากเวลาเขียนเอกสารหลายคนก็คัดลอกส่งไปให้คนอื่นได้ ไม่มีปัญหา (จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องส่ง bib ไฟล์ ให้ส่ง bbl ไฟล์ไปก็พอ) ถ้าทำงานข้ามเครื่องก็ใส่ไฟล์ลงไป Dropbox สบายมาก) และเนื่องจากมีเอกสารเป็น pdf เยอะมาก ดังนั้นโปรแกรมที่ใช้จำเป็นต้องมีความสามารถเชื่อมต่อกับ pdf ไฟล์ที่เก็บไว้ในเครื่อง เรียกดูเมื่อไหร่ก็ได้ นอกจากนั้นผมไม่ใช่คนขี้เกียจพิมพ์ และมีรูปแบบของสร้าง BibTeX Key ที่แน่นอนตายตัว กล่าวคือ อักษรสองตัวหน้าของนามสกุลผู้เขียนต่อกันแล้วตามด้วยเลขสองตัวหลังของปีที่ตีพิมพ์ ความสามารถในการลากแล้วแปะจากเว็บไซต์จึงเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับผม แต่แน่นอนความสามารถในการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลนั้นจำเป็นต้องมี

เขียนมาซะยาว แค่อยากจะบอกว่าผมเลือกใช้ JabRef นั่นเอง เมื่อก่อนใช้ BibTeXMng ตอนหลังไม่ฟรี เลยไปใช้ BibDB แล้วก็มาเป็น JabRef ใช้มาตั้งแต่เวอร์ชัน 1 กว่า ๆ โน่น

Jabref นั้นใช้ง่ายมาก ๆ ตัวโปรแกรมเป็น Java มีบนทุก OS มีข้อจำกัดแค่เรื่องต้องพิมพ์เอง ถ้าข้อมูลที่ต้องการไม่ได้มาจากฐานข้อมูลหลัก ๆ ของโลกซึ่งปัจจุบันมีให้เยอะพอสมควร และเรื่องของการใช้งานหลายคน แต่นอนฐานผู้ใช้ค่อนข้างน้อยเพราะมันจำกัดจำนวนผู้ใช้เป็นซับเซ็ตของจำนวนผู้ใช้ LaTeX อยู่แล้ว

การใช้งานนั้น ตัวโปรแกรมสามารถสร้างกลุ่มของเอกสารอ้างอิงได้โดยการใส่เป็น Tag ดังนั้นเราสามารถสร้างกลุ่มย่อยในกลุ่มใหญ่ได้ แค่ไม่ขี้เกียจเวลาสร้างบทความวิชาการใหม่ จะอ้างอิงอันไหนก็แค่เสียเวลามาสร้างกลุ่มของเอกสารเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการคัดลอก bib ไฟล์ให้มีขนาดเล็กลง รุ่นหลัง ๆ สามารถแสดงผลเป็น Unicode ได้ จึงใช้กับภาษาที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ รวมทั้งภาษาไทยได้ นอกจากนั้นตัวโปรแกรมยังมีความสามารถในการค้นหาไฟล์ pdf ที่มีชื่อตรงกับ BibTeX Key ได้ (อาจจะช้าหน่อยถ้ากำหนดโฟลเดอร์ไม่ดี เป็นคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้ผมเลือกใช้) ทำให้อยากเรียกดูไฟล์เืมื่อไหร่ก็กดดูเอาจากโปรแกรมได้เลย สะดวกมาก

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานเป็นหมู่คณะ ก็ให้รอเวอร์ชันถัด ๆ ไปนะครับ วันนี้ลาไปก่อน

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s