WinFig ใช้ยาก แต่อาจจะคุ้ม


ปัญหาอย่างหนึ่งของคนใช้ LaTeX ก็คือ เห็นสมการในรูปแบบห่วย ๆ เส้นแตก รูปไปถึงรูปที่เส้นแตกไม่ชัดเจน แล้วจะมีอาการเวียนหัวทันที ดังนั้นผู้ใช้งาน LaTeX สิ่งหนึ่งที่ต้องวิ่งหาคือโปรแกรมวาดรูปแบบเวกเตอร์ที่ใส่สมการได้ ซึ่งมีหลายตัว และแต่ละตัวก็ใช้งานยาก ๆ ทั้งนั้น วันนี้จะขอนำเสนอ WinFig

ไม่ได้ยุ่งอะไรเกี่ยวกับโปรแกรมวาดรูปตระกูล XFig ซะนาน เพราะช่วงนี้ไม่ได้เขียนบทความวิชาการเลย แต่ถ้าทำความเข้าใจถึงวิธีการใช้แล้วก็อาจจะ “ติดใจ” ก็ได้ เหมือนคนทั่วไปที่ทนใช้โปรแกรมบางตัวเพราะติดกับคีย์ลัด หรือรูปแบบการทำงานต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่ ๆ มันก็สรุปไม่ได้ว่ามันดีกว่ากันหรือเปล่า ยกตัวอย่างเช่นผมติดการใช้ WinEDT เป็นต้น ในการใช้ WinFig ก็ดาวน์โหลดแล้วติดตั้งแบบโปรแกรมทั่วไปตามปกติ เวอร์ชันทดลองใช้งานได้ 15 วัตถุ(object) ก็มากพอสำหรับทดสอบ ก่อนอื่นต้องอธิบายเรื่องการฝังสมการคณิตศาสตร์ ซึ่งทำได้ง่าย ๆ โดยการคลิ๊กใช้งานวัตถุ Text ที่เป็นรูปตัว T แล้วจะมีตัวเลือกให้ที่แถมด้านขวามือ จากนั้นให้กดเลือกฟอนต์ เลือกแทป LaTeX Font แล้วก็เลือก Default และที่ตัวเลือก Flag ที่แถบด้านขวามือก็ให้คลิ๊กปุ่ม Special ด้วย (ปุ่มมันจะยุบไป) เป็นอันเสร็จการตั้งค่าตั้งต้นสำหรับการฝังสมการลงในรูป

หลังจากนั้นเราก็สามารถจะใส่สมการลงในรูปได้ตามใจชอบ โดยใช้คำสั่ง LaTeX ได้ตามชอบใจ ข้อดีของ WinFig ที่เหนือกว่า XFig และ TpX ที่เห็นชัด ๆ ก็คือการแสดงผลของสมการ ซึ่งจะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน การจัดการกับตำแหน่งของสมการก็จะทำได้ง่ายขึ้น สำหรับสมการที่ถูกพิมพ์ลงไปแล้วในการแก้ไขก็คลิ๊กที่ปุ่มลูกศรตามรูปข้างล่าง แล้วคลิ๊กที่จุดกลม ๆ ด้านซ้ายของตัวสมการ จุดจะเปลี่ยนเป็นสีแดง จากนั้นให้คลิ๊กปุ่ม edit เป็นไอคอนบน Toolbar ซึ่งหาได้ไม่ยาก จากนั้นจะแก้อะไรก็แก้ไป

สำหรับการใส่รูปทรงต่าง ๆ ก็เลือกใส่ได้ตามชอบใจ แต่มีข้อที่ต้องพิจารณาอยู่นิดหน่อยเช่นเมื่อเราใส่รูปหกเหลี่ยมลงไปตามรูปข้างล่าง ถ้าเรากดปุ่มลูกศรเพื่อจะย้ายตำแหน่งรูปหกเหลี่ยม สิ่งที่ได้จะเป็นการย้ายจุดสีแดงเฉพาะจุดแทน ถ้าต้องการย้ายทั้งรูปหกเหลี่ยมจำเป็นจะต้องเลือกรูปหกเหลี่ยมแล้วกดปุ่มรูปคล้ายกล่องของขวัญบน Toolbar ซึ่งใช้ทำหน้าที่ในการรวมวัตถุหลาย ๆ อันให้เป็นหนึ่งเดียว “Glue objects into compound object” ซึ่งการรวมหลายรูปก็ทำได้โดยการกดคีย์ shift พร้อม ๆ กับการเลือกวัตถุด้วย (อาจจะใช้วิธีการนี้ในการลดจำนวนวัตถุที่จำกัดให้ใช้ได้แค่ 15 ชิ้นได้)

ขั้นตอนสุดท้ายในการใช้งานรูปที่ได้จาก WinFig กับเอกสาร LaTeX ก็ทำเหมือน XFig ทุกประการ โดยหลังจากที่ทำการเก็บรูปในรูปแบบของ WinFig แล้ว ก็ต้องทำการ Export ให้อยู่ในรูปของ LaTeX ซึ่งจากเมนู File ให้เลือก Export แล้วจะเห็นส่วนติดต่อผู้ใช้ดังรูปข้างล่าง

สำหรับคนใช้ PdfTeX อย่างผมก็เลือก PdfTeX เลือก PDFTeX Options เป็น Export both parts ซึ่งหมายความว่าจะ Export ให้ทั้งรูปและ Text ซึ่งเราจะได้ไฟล์สองไฟล์คือ ไฟล์ .pdf และไฟล์ และไฟล์ .pdftex_t เวลานำไปใช้งานก็ง่าย ๆ ครับ ตามรหัสต้นข้างล่าง ซึ่งแพ็กเกจที่สำคัญคือ graphicx กับ color

\documentclass{report}
\usepackage{graphicx}
\usepackage{color}
\begin{document}
  \begin{figure}[htb]
    \centering
    \scalebox{1}{\input{firstpic.pdftex_t}}
  \end{figure}
\end{document}

ซึ่งการย่อขยายรูปก็เปลี่ยนค่าตัวเลือกในคำสั่ง \scalebox แค่นั้นเอง สำหรับผลที่ได้ก็จะเหมือนกับการใช้ XFig ทุกประการ แต่กรณีนี้เราสามารถจัดตำแหน่งของตัวหนังสือได้ดีขึ้น จากกรณีเดิมที่ต้องฝึกการกะตำแหน่งให้คุ้นเคย

ลองใช้กันดูนะครับ

Advertisements

One comment on “WinFig ใช้ยาก แต่อาจจะคุ้ม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s