Side by Side Pictures


เวลาต้องการจัดภาพแบบเป็นตารางนั้นจำเป็นมาก ๆ สำหรับรูปภาพที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน
ซึ่งเรื่องอย่างนี้ผู้ใช้ LaTeX มาพอสมควรก็จะรู้ว่ามีแพ็คเกจชื่อ subfig (ใช้แทน subfigure)
ตัวอย่างที่หนึ่งของการใช้ subfig คือการวางรูปข้าง ๆ กัน

\begin{figure}
\centering
\subfloat{\includegraphics{figure1}}
\qquad
\subfloat{\includegraphics{figure1}}
\caption{test xfig}
\end{figure}

ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นไปตามรูปข้างล่างsubfig1

แต่ปกติแล้วไม่มีใครใช้วิธีนี้หรอกครับ เพราะว่าเวลาอธิบายต้องบอกว่ารูปทางซ้ายคืออะไร
รูปทางขวาคืออะไร คนอ่านอาจจะงงอีกว่าจริง ๆ คือต้องหันหน้าเข้าหรือหันหน้าออกจาก
หนังสือ วิธีที่นิยมกว่าคือใส่ตัวอักษรกำกับ

\begin{figure}
\centering
\subfloat[ ]{\includegraphics{figure1}}
\qquad
\subfloat[ ]{\includegraphics{figure1}}
\caption{test xfig}
\end{figure}

ซึ่งก็เหมือนวิธีแรกเพียงแต่ใส่วงเล็บก้ามปูหลังคำสั่ง \subfloat เท่านั้น จะได้รูปดังนี้

subfig2

ถ้าอยากได้ตัวอักษรกำกับภาพเป็นตัวอักษรไทยก็ใช้ \usepackage[thai]{babel} คู่กับ
\renewcommand{\thesubfigure}{\thaialph{subfigure}} ซึ่งใส่ไว้ตรงไหนก็ได้
แต่ถ้าต้องการเปลี่ยนตั้งแต่เริ่มต้นเอกสารก็วางไว้ก่อน \begin{document} จะได้ผล
ตามรูปข้างล่าง

subfig3

ถ้าต้องการใส่คำอธิบายแยกย่อยลงไปในแต่ละภาพก็เพิ่มอีกนิดนึงครับ

\begin{figure}
\centering
\subfloat[รูปซ้าย]{\includegraphics{figure1}}
\qquad
\subfloat[รูปขวา]{\includegraphics{figure1}}
\caption{test xfig}
\end{figure}

ซึ่งจะได้ผลดังนี้

subfig4

ยังมีรูปแบบการใช้อีกคือกรณีที่ต้องการให้คำอธิบายในสารบัญรูปสั้นกว่าคำอธิบายที่รูป
จริง ๆ ก็ทำได้โดย \subfloat[สารบัญรูป][ที่รูปภาพ]{\includegraphics{figur1}} ซึ่ง
คำในวงเล็บแรกจะไปปรากฎในสารบัญรูป ส่วนคำในวงเล็บที่สองจะอยู่ที่รูป

เรื่องต่อมาที่สำคัญคือการอ้างอิงข้าม (cross reference) ปกติถ้าเราใส่ \label{xxx} ที่
caption ของรูปหลัก เวลาเราอ้างอิงก็จะได้เลขอ้างอิงของรูปหลัก ถ้าเอาง่ายเราก็ใส่ (ก)
ดังนี้ \ref{xxx}(ก) ซึ่งก็ง่ายดี แต่ไม่ใช่หลักของการอ้างอิงข้ามของ LaTeX ปกติแล้วถ้า
เราเปลี่ยนแปลงลำดับของรูป หรือตำแหน่งในเอกสาร เลขอ้างอิงพวกนี้ต้องเปลี่ยนตามด้วย
สำหรับกรณีนี้ทำได้โดย

\subfloat[รูปที่ 1\label{subfig:xxx}]{\includegraphics{figure1}}

ซึ่งจะเห็นว่าเราใส่ \label เข้าไปในวงเล็บก้ามปู ทีนี้เวลาอ้างอิงก็ทำได้โดยการใ้ช้คำสั่ง
\subref{subfig:xxx} แทนที่จะใช้คำสั่ง \ref เฉย (ตรงนี้ถ้าไม่เข้าใจให้ถามเพิ่มเติม
นะครับ)

เป็นอันว่าเรื่องราวของ subfig จบเพียงเท่านี้ ส่วนกรณีที่่ต้องการวางรูปที่ไม่เกี่ยวข้อง
กันข้าง ๆ กัน แล้วมีคำอธิบายใต้รูปแยกกันนั้นไม่แนะนำให้ใช้ (การทำนั้นทำได้โดย
การใส่ minipage ใน figure อีกที)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s