Beamer ตอนที่ 1 เริ่มต้นและปรับ Template

สืบเนื่องจากตอนที่แล้วได้แนะนำการทำ Presentation screen ด้วย LaTeX ไป ตอนนี้
ก็ลองมาสร้างเอกสารง่าย ๆ แล้วก็มาสร้าง Template ส่วนตัวกัน ดังนั้นตอนนี้จะเป็นทั้ง
ตอนเริ่มต้นและขั้นสูงประกอบกันไป ซึ่งแปลก ๆ อยู่นะ

\documentclass[xcolor=pst,dvips]{beamer}
\usetheme{Default}
\usepackage{pstricks}
\begin{document}
  
\begin{frame}
   \frametitle{There Is No Largest Prime Number}
   \framesubtitle{The proof uses
   \textit{reductio ad absurdum}.}
   \begin{theorem}
   There is no largest prime number.
   \end{theorem}
   \begin{proof}
   \begin{enumerate}
      \item Suppose $p$ were the largest prime number.
      \item Let $q$ be the product of the first $p$
            numbers.
      \item Then $q+1$ is not divisible by any of them.
      \item Thus $q+1$ is also prime and greater than
            $p$.\qedhere
   \end{enumerate}
   \end{proof}
\end{frame}
\end{document}

พิมพ์ตาม แล้วสร้างเอกสาร pdf ด้วยขั้นตอน dvi-dvips-ps2pdf ก็จะได้เอกสารหน้าตาดัง
นี้

                                 

Using Imported Graphics in LaTeX: 1

ปัญหาหนักอกของผู้ใช้ LaTeX ตอนเริ่มต้นนั้น เรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งคือการใส่รูปลงไปใน
เอกสารซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยยิ่งต้องการให้รูปภาพอยู่ในตำแหน่งที่
ต้องการแล้วหล่ะก็ เป็นเรื่องที่คนใช้โปรแกรมแบบ Word นั้นไม่คุ้นเคยกันเอาซะเลย
ก่อนอื่นคงต้องพูดถึงรูปแบบมาตรฐานสำหรับเอกสารวิชาการซักหน่อย เอกสารประเภทนี้
การใส่รูปภาพจะไม่หวือหวา กล่าวคือมีแบบเดียว (รูปแบบอื่น ๆ ก็ได้แต่ไม่ดี อย่างไรก็ตาม
LaTeX ทำได้หมดแต่ยากหน่อย)

TeX Friendly Zone

รูปที่ 1 : TeX boat

สำหรับผู้ใช้ Word หรือ OO.o ที่ไม่ชำนาญ ก็จะยัด ๆ รูปใส่ ลากและแปะไปตามเรื่องตามราว
ในขณะที่ผู้ชำนาญก็จะมีการใส่ style เพื่อประโยชน์ในการทำ cross reference ในภายหลัง
ในขณะที่ LaTeX ได้ออกแบบให้ทำเช่นนั้นไว้แล้วตั้งแต่แรก

นอกจากเรื่องแกมบังคับข้างต้นแล้ว อีกเรื่องหนึ่งซึ่งอาจจะคาใจสำหรับผู้ใช้โดยทั่วไปก็ได้ นั่น
คือผู้ใช้ส่วนใหญ่ที่คุ้นเคยกับโปรแกรมแบบเขียนอย่างไรเห็นอย่างนั้น ก็จะคุ้นเคยกับการลาก
และแปะ รูปแบบของไฟล์รูปภาพที่นิยมก็เห็นจะเลี่ยงไม่พ้น BMP, GIF, JPEG เป็นต้น ซึ่งพวกนี้
ล้วนแต่ไม่ใช่รูปภาพแบบเวกเตอร์ทั้งสิ้น ในขณะที่ LaTeX นิยมให้ใช้ EPS เป็นหลัก ผู้ใช้ที่เริ่ม
ชำนาญแล้วก็อาจจะใช้ PDF ควบคู่ไปด้วย ซึ่งความเป็นจริงแล้วเราสามารถใช้รูปในรูปแบบของ
PNG, JPEG และ GIF ได้อย่างไม่มีปัญหา (จริง ๆ แล้ว LaTeX รองรับรูปแบบไฟล์รูปภาพอื่น ๆ
อีก)

ในตอนที่ 1 นี้ ผู้ที่พอเป็นแล้วก็เริ่มทำตัวให้ชินกับคำสั่งต่อไปนี้ก่อนก็แล้วกัน

\documentclass{report}
\usepackage{graphicx}
\begin{document}
\includegraphics{file.eps}
\includegraphics[height=4cm]{file.eps}
\includegraphics[height=4cm,width=4cm]{file.eps}
\includegraphics[scale=0.5]{file.eps}
\end{document}

ผลลัพธ์คงเดากันได้ไม่ยาก ไว้ตอนหน้าจะมาเขียนต่อแบบในเชิงลึก สำหรับผู้ที่ใจร้อนก็ไปอ่าน
เอกสารที่ดีมาก ๆ เอาเอง ที่ Using Imported Graphics in LaTeX2 and pdfLaTeX ซึ่งเป็น
เอกสารที่มาก ๆ อันหนึ่ง

Math Mode

เอกสารที่สร้างด้วย LaTeX นั้น เวลาเขียนจะต้องบอกด้วยว่าเขียนในโหมดไหน ซึ่งใน
LaTeX ก็มีโหมดบังคับอยู่สองโหมดคือ

  1. Text mode
  2. Math mode

ค่าตั้งต้นก็เป็น Text mode แต่เวลาต้องการใส่สมการคณิตศาสตร์ เราจะต้องเปลี่ยนเป็น
Math mode ก่อน ซึ่งเอกสารที่ดีที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาก็เห็นจะเป็นเอกสารของนาย
Herbert Voß ซึ่งตามหาได้ที่
Math mode – v.2.20

Screen Presentation

เดิมทีการเริ่มเรียน LaTeX นั้นควรจะเริ่มต้นด้วยการสร้างเอกสารง่าย ๆ แต่โดยทั่วไปคนเรา
มักจะเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ด้วยความนึกสนุกหรืออยากรู้และเห็นประโยชน์ การเรียนการสร้าง
เอกสารด้วย LaTeX นั้น หลายคนอาจจะมองไม่เห็นประโยชน์อันใด ถ้าตัวเอกสารไม่ได้มีตัว
คณิตศาสตร์เต็มไปหมด ดังนั้นน่าจะเป็นการดีถ้ามาเริ่มต้นกันด้วยการทำ Screen Presentation สำหรับผู้ที่สนใจตัวเครื่องมือสร้างไฟล์ต่าง ๆ เหล่านี้ ว่ามันมีกี่ตัวก็สามารถไปค้นหาได้จากเว็บ
Screen Presentation Tools ซึ่งเค้าแนะนำเบื้องต้นและมีตัวอย่างให้ดูเยอะแยะ จนเลือกไม่
ถูกเลยว่าจะเอาตัวไหน กรณีที่ต้องการคำแนะนำเป็นภาษาไทยและตัวอย่างการใช้งานจริง
ของเครื่องมือบางตัวก็ไปดูได้ที่ ทำ presentation slide ด้วย LaTeX โดยส่วนตัวแล้วที่ผมจะ
แนะนำให้หัดศึกษาก็เห็นจะมีสองตัวด้วยกันคือ

    1. Beamer ของ Prof. Dr. Till Tantau
    2. Powerdot ของนาย Hendri Adriaens ชายหนุ่มชายฮอล์แลนด์

ทั้งสอง Class package นี้มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันอยู่หลายข้อเหมือนกัน ซึ่งโดยหลัก
การแล้วสิ่งที่ผู้ต้องทำ Screen Presentation ต้องการนั้นมันขึ้นอยู่กับงานที่จะเอาไปใช้กรณี
ที่ต้องการความง่าย มีการเคลื่อนไหวเยอะ มีพื้นที่เก็บไฟล์เหลือเฟือ ก็ใช้ powerpoint แต่
ต้องจัดเก็บในรูป .pps ด้วยเหตุผลหลายประการ ลองดูคำแนะนำที่ CCA/ISIC/CACSD 2006

               //static.flickr.com/108/275990398_c1dc3f504e.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

                        รูปที่ 1 อาจารย์ภาษาศาสตร์ที่ใช้ Beamer ในการนำเสนองาน

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมต้องใช้งาน LaTeX Class ทั้งสองตัวควบคู่กันไป เพราะโดยส่วนตัว
ชอบ Beamer มากกว่า แต่ภาควิชาแนะนำให้ใช้ Powerdot และได้ทำแบบสำเร็จรูปไว้ให้
พูดกันตามตรงแล้ว การปรับแต่ง Powerdot นั้นทำได้ง่ายกว่าตัวแรกมากนัก คุณสามารถ
แทรกรูปภาพที่เชื่อมโยงกับเอกสาร PDF ได้ง่ายมาก โดยการปรับแต่งแบบสำเร็จรูปหรือ Template ในขณะที่ Beamer นั้นการปรับแต่งทำได้ยากมาก ๆ แต่ด้วยความที่มันรองรับ PdfTeX ทำให้น่าใช้งานมากกว่า แต่ตอนหลังด้วยความสามารถของ Yap 2.5x ที่สามารถ
เข้าใจคำสั่ง Postscript ได้ อันนี้ก็ไม่แน่ใจว่าผมยังจะอยากใช้ Beamer อยู่อีกหรือเปล่า

 

            

รูปที่ 2 ตัวอย่างเอกสาร pdf ที่ทำจาก LaTeX ซ้ายมือคือทำจาก Beamer ในขณะที่ขวา
มือใช้ seminar.sty และปรับแต่งเองทั้งดุ้น

และด้วยความที่ใช้ Beamer มามือยังอุ่น ๆ อยู่ ก็จะขอเริ่มแนะนำ Beamer ตั้งแต่เริ่ม
ไปจนถึงขั้นสูงเลยแล้วกัน กว่าจะจบก็อาจจะข้ามปีเลยก็ได้ รอกันหน่อยนะ